มานิ: วิถีวัฒนธรรมที่ต้องรักษา  จุดเริ่มต้นของการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวิถีวัฒนธรรมของชาวมานิในประเทศไทยเป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขาเชื่อมโยงกับป่าธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่รวดเร็ว การรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวมานิไปพร้อมกับการส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดและโตนงาช้าง เป็นความพยายามที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ตั้งแต่ภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน ไปจนถึงชุมชนท้องถิ่น

บทบาทของการริเริ่มอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม (Inclusive Conservation Initiative – ICI)

โครงการ ICI เป็นความริเริ่มที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่ป่า พร้อมกับส่งเสริมการดำรงชีวิตของชาวมานิอย่างยั่งยืน หลักการสำคัญของโครงการคือการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการคุ้มครองวิถีวัฒนธรรมและสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดและโตนงาช้าง

ในฐานะผู้หญิงธรรมดาๆ ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือชาวมานิในพื้นที่ป่าบอน จังหวัดพัทลุง ผู้เขียนได้เห็นถึงความท้าทายของชาวมานิในด้านการดำรงชีวิต การเข้าถึงทรัพยากร และโอกาสทางการศึกษา ตัวอย่างเช่น เด็กชาวมานิ 14 คนที่ต้องการเรียนหนังสือ แต่ไม่มีที่พักที่ปลอดภัยในช่วงเปิดภาคเรียน ได้รับการดูแลจากผู้เขียนในบ้านของตนเอง ทั้งเรื่องที่พัก อาหาร และการไปโรงเรียน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีระบบสนับสนุนอย่างยั่งยืนมากกว่าความช่วยเหลือเฉพาะหน้า

ความสำคัญของการคุ้มครองวิถีชีวิตชาวมานิ

ชาวมานิ หรือกลุ่มชาติพันธุ์พื้นเมืองในภาคใต้ของประเทศไทย ปัจจุบันมีอยู่ 11 กลุ่ม รวมประมาณ 415 คน โดยกระจายตัวอยู่ในจังหวัดตรัง (3 กลุ่ม) สตูล (4 กลุ่ม) พัทลุง (2 กลุ่ม) และสงขลา (1 กลุ่ม) วิถีชีวิตของชาวมานิพึ่งพิงป่าอย่างมาก ตั้งแต่การล่าสัตว์ การเก็บหาของป่า ไปจนถึงการใช้สมุนไพรในการรักษาโรค แต่การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม เช่น การปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ป่า ได้ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวมานิในหลายมิติ

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะทรัพยากรป่าไม้ แต่ยังทำให้เกิดความไม่มั่นคงในวิถีชีวิตของชาวมานิ ทั้งในด้านการหาอาหาร การดำรงชีวิต และความสัมพันธ์กับระบบนิเวศเดิม การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องใช้แนวทางที่ครอบคลุม โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทของชาวมานิในการจัดการทรัพยากรและสร้างความร่วมมือกับชุมชนรอบข้าง

ความหวังใหม่ในการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม

การจัดการทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้องคำนึงถึงทั้งมิติของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและมิติของความยุติธรรมทางสังคม การมีส่วนร่วมของชาวมานิในฐานะผู้ดูแลป่าดั้งเดิม เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนในระยะยาว โครงการ ICI จึงมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชาวมานิ หน่วยงานรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการจัดการทรัพยากรที่สมดุลระหว่างการอนุรักษ์ป่าและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชนเผ่าพื้นเมือง

จากการจัดงานสานสัมพันธ์ สืบสานวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์มานิในครั้งนี้  ได้เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอย่างท่านชวน  หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภา 2 สมัย เข้ามาให้กำลังใจ เยี่ยมเยือน และพูดคุยกับพี่น้องชาวมานิอย่างเป็นกันเอง แม้จะดึกดื่นค่ำคืนและเหน็ดเหนื่อยแค่ไหนท่านก็ยังสละเวลามาหาชาวมานิที่เป็นกลุ่มชนเผ่าเล็กๆ ที่ไม่มีใครให้ความใส่ใจด้วยซ้ำไป ทำให้เกิดกำลังใจในการช่วยเหลือชาวมานิเพิ่มขึ้นอย่างมาก

“เราหวังว่าสิ่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการผสมผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมและการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง” คำกล่าวนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความฝันของชาวมานิ แต่ยังเป็นเป้าหมายร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับชาวมานิและสิ่งแวดล้อมที่พวกเขารักและพึ่งพิง.

—————

เสาวณีย์ วานิชพันธ์  ผู้ดูแลชาวมานิรักษ์ป่าบอน จ.พัทลุง