“มอ เล เว” พิธีเลี้ยงเทพารักษ์ เจ้าป่า เจ้าเขาของชาวลาหู่

ยาก้วย บูทะ

ความหมายของ “ พิธีกรรมมอเลเว ” 

พิธีมอเลเวนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีการทำพิธีในเดือน 9 (ลาหู่) ก่อนเข้าพรรษา ซึ่งในปัจจุบันหมู่บ้านส่วนมากจะไม่ค่อยนิยมทำกัน แต่บางหมู่บ้านยังมีการทำพิธีนี้อยู่โดยผู้นำศาสนามีการทำพิธีปีละ 1 ครั้ง ในเดือน 9 ก่อนเข้าพรรษา

พิธีกรรมนี้เป็นพิธีของหมู่บ้านซึ่งทุกครอบครัวจะต้องมีตัวแทนทั้งหญิงและชาย รวมทั้งคนเฒ่าคนแก่เข้าร่วมในพิธีนี้ ปัจจุบัน  “มอเลเว” ไม่ใช่พิธีกรรมของคนทั้งหมู่บ้าน กลายเป็นพิธีของครอบครัว  และเครือญาติ จึงมีคนสืบทอดพิธีกรรมนี้น้อยลง

พิธี มอเลเว มีความสำคัญอย่างไร 

พิธีนี้กระทำเพื่อเป็นการระลึกถึงบุญคุณของเทพาอารักษ์ ขอบคุณเทพาอารักษ์ในการปกป้องดูแลพืชผลในไร่ให้ได้ผลผลิตดี  ทั้งของในไร่ และของในป่าที่ทำให้คนในหมู่บ้านมีกิน มีใช้ ช่วยปกป้อง รักษาดูแลผู้คนในหมู่บ้านไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย  และคุ้มครองรักษาคนในหมู่บ้านให้อยู่ดีมีสุข

เพื่อขอให้เทพช่วยดูแล ป้องกันไม่ให้แมลง หนู มากัดกินพืช ของพระเจ้า อวยพรให้ชีวิตเขาดีขึ้น ขอให้เทวดาช่วยคุ้มครองพืชผล และขอสิ่งให้ได้สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตและครอบครัว รวมทั้งขอบคุณในปีที่ผ่านมา  และขอปกปักรักษาในการดูแลต่อไป  ใช้กระดูกขาไก่มาเสี่ยงทายดูว่าคนในหมู่บ้านสุขสบายดีหรือไม่ โรคภัยเบียดเบียนหรือไม่  ข้าวปลาอาหารพอเพียงหรือไม่ ในหมู่บ้านจะเกิดภัยพิบัติอะไรบ้าง   หรือการทำนายทายทักเช่น ลางไม่ดี คนอยู่ไม่ได้ มีสงคราม

สิ่งที่ใช้ในการทำพิธี  “ เครื่องเซ่น “

หมู ไก่ ข้าวสาร เทียนไข และพืชพรรณธัญญาหารที่ได้จากไร่   เช่น  ข้าวโพด ถั่วแดง ถั่วเหลือง แตง เผือก พริก ขิง เม็ดทานตะวัน  ฯลฯ

ใช้ไม้ไผ่และไม้ ทำหิ้งสำหรับวางเครื่องถวายบูชาเทพ ได้แก่ เทียนไข ข้าวสาร  ข้าวตอก ดอกไม้ 

วันแรกเตรียม “ข้าวตอก ดอกไม้” วันที่ 2   วันประกอบพิธีกรรม

ผู้ประกอบพิธี

คนทำพิธี มี 2 คน คือผู้นำศาสนา และผู้นำพิธีกรรม (โตโบ) คนใดคนหนึ่ง

สถานที่ในการประกอบพิธี ทำบนภูเขายอดที่สูงสุดในบริเวณนั้น อุดมสมบูรณ์ที่สุด พื้นที่ที่มีต้นไม้สูง และตระหง่านงามที่สุด  ป่าที่ทำพิธีกรรมนี้คือ ป่าที่ชาวลาหู่เรียกว่า แย้เขาะ หรือ ป่าดงดิบ

ข้อห้ามในบริเวณที่ทำพิธีกรรม

ห้ามตัดต้นไม้ ห้ามหาของป่าทุกชนิด  ห้ามเด็ดใบไม้ ห้ามล่าสัตว์  ห้ามเผาป่า ห้ามปล่อยสัตว์เลี้ยงเข้าไป