
เมี่ยน หรือ อิ้วเมี่ยน เป็นชนชาติหนึ่งที่มีระบบการผลิตตามจารีตประเพณีที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกี่ยวพันกับระบบความเชื่อ และการปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมา เริ่มตั้งแต่การเลือกที่ตั้งหมู่บ้าน ที่ตั้งบ้าน ทิศทางการหันของตัวบ้าน เขตบ้าน เขตป่าชุมชน เขตทำไร่ และเขตป่าในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะเรื่อง เขตป่าชุมชน เขตไร่ และเขตป่าเท่านั้น
เขตป่าชุมชน (โหเป๋ยซาน หรือ ชีงเก้ม)
จากวิถีเพาะปลูกแบบดั้งเดิมที่ต้องมีการถางและเผาไร่ ทำให้เมี่ยนเห็นความสำคัญของเขตแนวป้องกันไฟ ทำให้ต้องมี โหเป๋ย-ซาน หรือ ป่าชุมชน ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปพื้นที่อื่น นอกจากนี้ โหเป๋ยซานยังให้ประโยชน์เรื่องน้ำ แหล่งอาหาร และเรื่องอื่น ๆ โหเป๋ยซาน มีรัศมีห่างจากหมู่บ้าน 2-3 กิโลเมตร หมู่บ้านเมี่ยนทุกหมู่บ้าน จะมีโหเป๋ยซาน เพื่อ
1.เป็นแหล่งน้ำอุปโภค บริโภค เมี่ยนไม่นิยมหาบ หรือแบกน้ำ ซึ่งอยู่ต่ำกว่าบ้านมาใช้ แต่จะต่อรางรินจากต้นน้ำ ที่อยู่สูงกว่าระดับหมู่บ้านมาใช้ โหเป๋ยซาน จึงเป็นบริเวณรวมถึงต้นน้ำด้วย การมี โห-เป๋ยซาน เมี่ยนจึงมีน้ำใช้ตลอดฤดูกาล หากน้ำแห้งจนไม่สามารถไหลมาได้ เมี่ยนจะทำพิธี “ชิ้งอวม” (ขอน้ำ)จาก ซุ้ยโก๊วฮู่ง และ อือห๊อยฮู่ง โดยถือฤกษ์เอาวันขึ้นปีใหม่เมี่ยน ตีฆ้อง ตีกลอง เป่าปี่ เดินทวนน้ำตามรางริน ไปยังจุดเริ่มต้นของรางริน (ต้นน้ำ) แล้วขอน้ำจากฮู่งทั้งสอง เอาเกลือห่อใบตองที่เตรียมมา สอดเข้าไปใต้รางริน รางแรกเป็นอันเสร็จพิธี
2.เป็นแนวป้องกันไฟป่า โหเป๋ยซาน เป็นปราการด่านสำคัญยิ่ง ที่คุ้มภัยให้หมู่บ้าน ป้องกันบ้านเรือนชีวิตคน – สัตว์ และทรัพย์สินของชุมชน
3.เป็นเขตให้ความร่มรื่น ชุ่มชื้น และเป็น โหเป๋ยซาน
4.เป็นบริเวณอยู่อาศัย หากินของสัตว์เลี้ยง ที่มิได้ขังไว้เพื่อขุน เป็นบริเวณที่สำหรับหมูคลอดลูก
5.เป็นเขตเก็บ-หาไม้ใช้สอยในครัวเรือน รวมทั้งไม้จริง ไม้ไผ่ เสาบ้าน ไม้ทำคอกสัตว์ เล้าไก่ หาฟืน หน่อไม้ ยาสมุนไพร ผลไม้ป่า ฯลฯ
6. บริเวณดังกล่าวจะไม่ทำไร่ เพราะนอกจากปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังจะทำให้เกิดปัญหาระหว่างสมาชิกในชุมชน จากสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงแบบปล่อย ซึ่งอาจเข้าไปกัดกิน ทำลายพืชผัก ผลไม้ และอื่น ๆ ในไร่ในสวนเสียหายได้
จากความสัมพันธ์ และสำคัญดังกล่าว เมี่ยนจะตั้งหมู่บ้านอยู่ได้ จำต้องดูบริเวณ โหเป๋ยซาน ควบคู่ไปด้วย หากไม่มีบริเวณที่จะเป็น โหเป๋ยซาน ของหมู่บ้านได้ เมี่ยนจะไม่ตั้งหมู่บ้าน

เขตทำไร่
ระยะเลยออกไปจาก โหเป๋ยซาน ซึ่งเป็นบริเวณที่สัตว์เลี้ยงเข้าถึงได้แล้ว จะเป็นเขตทำไร่ข้าว และข้าวโพด ลักษณะการทำไร่ เป็นไร่หมุนเวียน 4-5 ปี และไม่เกิน 7 ปี จะย้อนกลับมาทำที่เดิมอีก (ทิ้งระยะนานเท่าใดขึ้นอยู่กับจำนวนครัวเรือน และบริเวณพื้นที่ของชุมชน) เพื่อให้พื้นที่ได้ฟื้นตัวสร้างความชุ่มชื้น ต้นไม้จะขึ้นมาอีก โดยทั่วไปแล้ว เมื่อฟัน-เผาไร่เสร็จ เมี่ยนจะปลูกทำกินไม่เกิน 2 ปีติดต่อกัน จากนั้นย้ายแปลงหมุนเวียนเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
จากความเชื่อแบบ พหุเทวนิยม เมี่ยนเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสถานที่มีเทพดูแล รักษาอยู่ ดังนั้น
1.การเลือกที่ทำไร่ ก่อนจะออกจากบ้านเมี่ยนจะ “เห่วเมี้ยน” (แจ้งให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วทราบ) เพื่อขอให้เมี้ยน (ผีบรรพบุรุษ) ในเรือน และนอกเรือนช่วยเตือนว่าที่ที่ตั้งใจไปดูเพื่อทำไร่นั้น ครอบครัวของตนสามารถทำได้หรือไม่ โดยการบอกเป็นลางสังหรณ์เช่น อีเก้งร้อง งูเลื้อยตัดหน้า ไก่ตัวเมียขัน นกบินผ่านตรงหน้า ฯลฯ แล้วเผา “เจ๊ยก๋อง” (กระดาษเงิน) และถ้าระหว่างเดินทางไม่มีอะไรผิดปกติเลย จึงจะทำไร่ในที่ตรงนั้น
2.สถานที่เลือกจะทำเครื่องหมายจองไว้เรียกว่า “บะงั้ก” ซึ่งมี 3 ลักษณะ
2.1ทำรูปกากบาดที่ต้นไม้ ตลอดแนวที่จะทำไร่
2.2ถากผิว/เปลือกไม้ คล้ายจะติดตา แล้วเอาไม้อีกชิ้นหนึ่งใส่ลงไป ถ้าหงายเนื้อไม้ออก หมายถึง จะทำไร่ปีนี้ คว่ำเนื้อไม้เข้าหาต้นไม้ เป็นการจองไว้ยังไม่ทำปีนี้
2.3ปักไม้แล้วผ่าแฉก เอาไม้ยาวประมาณ 1 ฟุต วางไขว้กัน
3.วันถางไร่ วันแรกที่ไปถางต้อง “เห่วเมี้ยน” อีกก่อนลงมือถาง-ทำงาน “เห่วเมี้ยน” อีกเพื่อขอ อนุญาตจากเทพผู้ดูแลพื้นที่ว่าทำไร่ ณ ที่ที่ถางได้หรือไม่ โดยเทพจะบอกเป็นลางสังหรณ์ เช่น แมลงวันไข่ในห่อข้าว ที่นอน ผ้าห่ม ฯลฯ หากบริเวณนั้นมีหนองน้ำจะเว้นไว้ การตัดฟันต้องไม่ให้ต้นไม้ ต้นหญ้าล้มทับหนองน้ำด้วย จุดต้นน้ำที่ชื้นแฉะ ต้นไม้ใหญ่ ๆ จะปล่อยทิ้งไว้ ยกเว้นจำเป็นจริง ๆ เพราะเชื่อว่าต้นไม้นั้น ๆ มี “เฮี้ยเมี้ยน”หรือ “เยี่ยนฟิวเมี้ยน” (เทพารักษ์) อาศัยและดูแลรักษาอยู่ หากฟันต้นไม้เท่ากับทำลายบ้านที่อยู่อาศัยของเทพ จึงต้องทำพิธีเซ่นไหว้ อัญเชิญให้ไปอยู่ที่อื่น การจะรู้ว่าขออนุญาตตัดต้นไม้นั้นได้หรือไม่ โดยการเอาลิ่ม หรือเหรียญทองเหลืองตอกเข้าไปในต้นไม้ทิ้งไว้หนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นลิ่มหรือเหรียญยังคงคาอยู่ที่ต้นไม้ เทพอนุญาตให้ตามขอ ตรงกันข้ามถ้าลิ่มหรือเหรียญนั้นเด้งหลุดออกไปก็ไม่ควรทำไร่หรือฟันต้นไม้นั้น ๆ เมี่ยนยังเชื่ออีกว่า
– ต้นไทร ต้นโพธิ์ มี ” เยี่ยนฟิวเมี้ยน ” อาศัยอยู่
– หนองน้ำมี ” จย้างเมี้ยน ” อาศัยอยู่
– ต้นน้ำ ลำห้วยมี ” ซุ้ยโก๊วเมี้ยน ” อาศัยอยู่
– ป่าเขา มี ” เต่ยปูงเมี้ยน ” อาศัยและดูแลอยู่
ดังนั้นการจะทำอะไรต้องระมัดระวัง หากทำให้เมี้ยน ซึ่งสถิตอยู่ทุกหนแห่โกรธ หรือได้รับความเดือดร้อน เมี้ยนจะทำให้เมี่ยนเจ็บป่วย หรือต้องชดใช้ด้วยชีวิต
การเดินทาง การทำงานในไร่ เมี่ยนจะถูกสอนไม่ให้พูดจาลักษณะเหยียดหยาม เย้ยหยัน หมิ่น หรือสิ่งใด ๆ ที่มิควร ซึ่งอาจกระทบกระเทือนกับเจ้าเทพ เทพาทั้งหลายในบริเวณนั้น
เขตป่า เขตป่าเป็นบริเวณห่างไกลจากหมู่บ้านมากที่สุด เป็นที่หาของป่าที่สำคัญ และล่าสัตว์
1.ของป่าที่เมี่ยนนิยมหามีทั้ง ของอุปโภค บริโภค
1.1 ประเภทของบริโภค ได้แก่ หน่อไม้ หน่อหวาย ผลไม้ป่า ดอกกล้วย ยอดตาว ยอดปาล์ม น้ำผึ้ง สะค้าน (ตะค้าน) ยอดและใบไม้เลื้อยนานาชนิด
1.2 ประเภทอุปโภค ได้แก่ ไม้ก่อสร้างบ้าน ประเภทถาวร ที่หาจากบริเวณ โหเป๋ยซาน ไม่ได้ เพราะเมี่ยนมีความเชื่อในการใช้ไม้บางประเภท เช่น ฝาบ้านต้องเป็นไม้ล่อเห่ดยั๋งแมง เปี๊ยวต้นก่อจวย ตะจู้ง ไม้ที่ใช้มุงต้องเป็น ตะซำ เปี๊ยวนา เซว เป็นต้น นอกจากไม้ยังมีหวายใช้ในการจักสาน ใบค้อ ยางไม้ ไม้ไผ่บางชนิด และอื่น ๆ
2. ล่าสัตว์ เมี่ยนเมื่อว่างจากงานตามฤดูกาลแล้ว มักจะจับกลุ่มล่าสัตว์ บริเวณล่าสัตว์เป็นป่าลึกต้องเดินทางจากหมู่บ้าน 2-3 วันขึ้นไป และตั้งแคมป์
2.1สัตว์เล็กประเภท นก กระแต กระรอก ตะกวด จะเป็นสัตว์ประเภทรอง โดยจะล่าสัตว์ใหญ่ก่อน หากไม่ได้จนที่สุดจึงล่าสัตว์เล็ก และสัตว์เล็กนี้เมื่อล่ามาได้ เมี่ยนจะไม่ ” ปุ้ยจ้อย ” (พิธีขอบคุณ ” อ้อเมี้ยน ” ซึ่งเป็นเมี้ยน (ผีบรรพบุรุษ) ในเรือน ที่ทำหน้าที่เจรจาขอแบ่งปันสัตว์จากผู้ดูแลเลี้ยงดูสัตว์นั้น ๆ กับทั้งช่วยในการไล่ต้อนสัตว์มาให้พรานได้เห็นและล่าได้
2.2 สัตว์ขนาดกลาง เมื่อล่าได้จะต้อง ” ปุ้ยจ้อย ” เช่น เม่น อีเห็น ลิง ค่าง กระจง นางอาย เก้ง หมีขอ
2.3 สัตว์ใหญ่ ซึ่งเป็นเป้าหมายของการรอนแรม เพื่อล่าเป็นอาหารได้แก่ หมูป่า กวาง หมี กระทิง ควายป่า สัตว์เหล่านี้ เมี่ยนมีข้อห้ามว่า พรานแต่ละคนจะล่าได้ไม่เกิน 5 ตัวต่อปี โดยปกติ เมี่ยนจะล่า 4 ตัวแล้วหยุดล่า ตัวที่ 5 จะเก็บไว้ยามจำเป็นหรือฉุกเฉิน ถือเป็น การเก็บไว้แก่ตน ( เช่นเดียวกับพิธีกรรมบางพิธีกรรม ) หากล่าเกินจำนวนนี้ ผู้ล่า (พราน) จะมีอันเป็นไป เช่น ถูกพรานด้วยกันเห็นว่าเป็นสัตว์ป่าแล้วยิง หรือเห็นคนอื่น เป็นสัตว์แล้วยิง ถูกของมีคม ถูกสัตว์ทำร้าย ดังมีตัวอย่างให้เห็นอยู่เนือง ๆ เมี่ยนจึงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
* สัตว์ใหญ่นี้เมื่อล่าได้จะต้อง “ปุ้ยจ้อย” เช่นกัน นอกจากนี้ต้องขอบคุณ “
ยู่งจ้อย โก๋วจ้อยเมี้ยน ด้วย เพราะคนเมี่ยนเชื่อว่าสัตว์ทุกตัว ทุกชนิดนั้นมีเจ้าของ เหมือนสัตว์เลี้ยง การล่าได้เป็นการแบ่งปันเอื้อเฟื้อจากเจ้าของสัตว์นั้น ๆ “ยู่งจ้อยเมี้ยน” คือ เมี้ยนที่ทำให้สัตว์เกิดและเป็นผู้เลี้ยงดูสัตว์ ” โก๋วจ้อยเมี้ยน ” เป็นเมี้ยนที่คอยดูแล เฝ้าระวังรักษาติดตามสัตว์
ดังนั้นเวลา ปุ้ยจ้อย จึงต้องเชื้อเชิญทั้ง อ้อเมี้ยนในเรือน เมี้ยนผู้ดูแลสัตว์ เมี้ยนเจ้าของสัตว์และ ตะปูงเต่ยเจี้ยวเมี้ยน (เทพที่ดูแลพื้นที่) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ที่สัตว์อยู่อาศัยหากิน ระหว่างการปุ้ยจ้อย เมื่อพูดถึงเมี้ยนใดจะให้เจ้ยก๋อง (กระดาษเงิน) เพื่อเป็นการขอบคุณที่ทำงานให้ ที่เสียเวลาให้เป็นค่าตอบแทนที่เลี้ยง-แบ่งปันสัตว์ให้ ถือเป็นเงินค่าตอบแทน แลกเปลี่ยน จึงไม่มีการได้เปล่าจากการล่าแต่ประการใด
